แนะนำค่ายคณิตศาสตร์โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์
ค่ายคณิตศาสตร์ ของโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ เป็นกิจกรรมที่มีพัฒนาการมาจากการนำนักเรียน ม.ต้น จำนวน 120 คน ไปเข้าค่ายที่โรงเรียนขลุงพิทยาคม จ.จันทบุรี ในปี 2543 โดยมีนักเรียน ม.5 ของโรงเรียนขลุงพิทยาคมเป็นวิทยากรแกนนำ จากนั้นในปีต่อมากลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ได้มีโครงการจัดค่ายคณิตศาสตร์เอง
โดยการนำนักเรียนที่เลือกกิจกรรมชุมนุมคณิตศาสตร์ประมาณ 50 – 60 คน ให้เป็นผู้จัดค่ายคณิตศาสตร์ มีการประชุม
อบรม ฝึกซ้อมในคาบกิจกรรม และหลังเลิกเรียน มีนักเรียนรุ่นพี่ที่เคยเป็นวิทยากรที่กำลังศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย มาช่วยแนะนำ ฝึกซ้อมร่วมกับครูที่ปรึกษาชุมนุม โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อการพัฒนานักเรียนรุ่นพี่ ม.5-6 ให้มี คุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีบุคลิกภาพความเป็นผู้นำ มีน้ำใจ เสียสละ มีทักษะการทำงานร่วมกัน เป็นตัวอย่างที่ดีของนักเรียนรุ่นน้อง โดยการจัดกิจกรรมให้รุ่นพี่พัฒนานักเรียน รุ่นน้อง ให้มีทักษะในการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงคณิตศาสตร์ มีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ และเป็นการพัฒนาด้านสัมพันธภาพระหว่างพี่น้องร่วมสถาบันเดียวกัน
ผลการดำเนินงาน 8 ปีที่ผ่านมา กิจกรรมประสบความสำเร็จเป็นที่น่าภาคภูมิใจ สร้างนักเรียนวิทยากรแกนนำจำนวน 250 คน ให้เป็นนักเรียนที่มีคุณภาพ มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ นักเรียนรุ่นพี่เป็นตัวอย่างที่ดีของนักเรียนรุ่นน้อง น้องให้ความเคารพนับถือ ศรัทธา ค่ายคณิตศาสตร์จึง เป็นค่ายที่นักเรียน ม.1 ที่เข้าค่ายแล้ว จะรอคอยเพื่อจะขอสมัครเป็นวิทยากรแกนนำในอีก 4 – 5 ปี เมื่อเรียนอยู่ ม.ปลาย เป็นค่ายที่มีมีกิจกรรมหลากหลายครบ
ทุกรส สร้างความรักความผูกพันระหว่างนักเรียนรุ่นน้องและรุ่นพี่ ส่วนผู้ที่เคยเป็นวิทยากรแกนนำจะ สามารถเป็น
ผู้นำทั้งในระดับโรงเรียน และในระดับมหาวิทยาลัยเป็นจำนวนมาก
หลายคนยอมรับว่าการทำกิจกรรมค่ายคณิตศาสตร์ทำให้เขาเปลี่ยนไป มีพัฒนาการด้านต่างๆดีขึ้น และมีความผูกพันกับน้องๆ ในค่ายคณิตศาสตร์และผูกพันครูและโรงเรียน โดยจะกลับมาเยี่ยมค่ายเป็นจำนวน 60-80 คน ในแต่ละปี และจะร่วมจัดกิจกรรมนันทนาการให้นักเรียนรุ่นน้อง และมักจะสอนน้องๆ ที่เป็นวิทยากรว่า การทำกิจกรรมที่มีสาระมากมายอย่างนี้ จะไม่สามารถหาที่ไหนได้อีกแล้ว ความผูกพันดังกล่าวจึงได้เริ่มมีการก่อตั้งชมรมวิทยากรแกนนำขึ้น เพื่อรวมกลุ่มกันจัดกิจกรรมพบปะสังสรรค์ และสนับสนุนการจัดกิจกรรมของค่ายคณิตศาสตร์ต่อไป
และจะมีการพัฒนาสืบทอดเป็นมรดกทางปัญญาของชาวเบญจมฯจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้องสืบไปผู้เขียน: ครูอรษา เจริญพร